โรคแพ้เหงื่อมีจริงหรือ?

โรคแพ้เหงื่อ

โรคแพ้เหงื่อคืออะไร คนเราแพ้เหงื่อตัวเองได้จริงหรือ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคแพ้เหงื่อกันให้มากขึ้นค่ะ

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

สาเหตุของโรคแพ้เหงื่อ

สาเหตุหลักที่ทำให้สาวๆ ต้องเผชิญกับโรคแพ้เหงื่อก็คือ “ความร้อน” ไม่ว่าจะเป็นอากาศหรือแสงแดดที่ร้อนจัด รวมไปถึงการออกกำลังกาย อาบน้ำอุ่น หรือแม้แต่ทานของเผ็ด ซึ่งสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมเหล่านี้จะไปกระตุ้นต่อมเหงื่อในร่างกายให้ผลิตเหงื่อออกมาเพื่อระบายอุณหภูมิ แต่เมื่อเหงื่อมาเจอกับผิวหนังและความร้อนภายนอก กลับเป็นการกระตุ้นให้เกิดลมพิษจากการที่ร่างกายสร้างแอนตี้บอดี้หรือภูมิต้านทานที่ชื่อว่าสารอิมมิวโนโกลบูลิน (Immunoglobulin-G: IgG) ขึ้นมาจนกลายเป็นอาการแพ้เหงื่อนั่นเองค่ะ  นอกจากสาเหตุหลักที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อาการแพ้เหงื่อยังสามารถเกิดจากความเครียดหรือความวิตกกังวลของเราได้อีกด้วย

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

อาการของโรคแพ้เหงื่อ

อาการแพ้เหงื่อส่วนใหญ่แล้วจะเกิดแบบเฉียบพลัน สาวๆ อาจไม่ทันรู้ตัวก็เริ่มคันยุบยิบตามหลัง คอหรือบริเวณที่มีเหงื่อแล้ว ส่วนใหญ่ผื่นคันจากอาการแพ้เหงื่อมักเกิดบริเวณที่เหงื่อออกมาก สามารถเกิดได้ทั่วร่างกายทั้งในและนอกร่มผ้า มีลักษณะเป็นผื่นคล้ายลมพิษขึ้นเป็นปื้น มีอาการคันหรือเจ็บแปลบ บางครั้งอาจคล้ายผิวหนังบวม อาการคันและความรู้สึกเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นอาจมีระยะเวลาตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึง 1 ชั่วโมง จากนั้นผื่นจะค่อยๆ ยุบไปเอง แต่สำหรับบางคนที่มีอาการแพ้รุนแรงก็อาจเกิดอันตรายได้ ดังนั้นลองสังเกตอาการดูนะคะ หากเป็นผื่นจากการแพ้เหงื่อร่วมกับอาการวิงเวียน หายใจตื้น ความดันลดต่ำลงหรือน้ำลายในปากเยอะกว่าปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

วิธีรักษาและป้องกันการเกิดโรคแพ้เหงื่อ

  1. สำรวจพฤติกรรมตัวเอง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น การออกกำลังกายในช่วงอาการร้อนจัด การเข้าห้องอบซาวน่า หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น ควบคุมความเครียดและอารมณ์วิตกกังวล เป็นต้น
  2. รับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมถึงลดการดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ
  3. รับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์ เช่น ยาที่มีส่วนช่วยยับยั้งลิวโคทรีนหรือยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงยาแก้แพ้อื่นๆ
  4. สวมใส่เสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่สวมเสื้อผ้าเนื้อหนา
  5. หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด

โรคแพ้เหงื่อนั้นอาจไม่ใช่โรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่เราก็ต้องหมั่นดูแลตัวเอง ไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวกระตุ้นอาการแพ้เหงื่อ ซึ่งการดูแลตัวเองร่วมกับการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์นอกจากจะช่วยให้สาวๆ ที่ต้องเจ็บปวดเวลาอาการแพ้เหงื่อกำเริบมีอาการดีขึ้นและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติแล้ว ยังช่วยลดความถี่ในการเกิดโรคอีกด้วยค่ะ

เรียบเรียงโดย Eri Eden (www.eri-eden.com )