หน้าแดงหลังออกกำลังกายสัญญาณแก่ก่อนวัย!!

ผิวไหม้แดด ผิวคล้ำเสีย

การออกกำลังกายกลางแจ้งไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการดำน้ำ ทำให้ผิวของเราต้องเผชิญแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้หลายคนจะทากันแดดอย่างดี แต่เมื่ออยู่กลางแดดเป็นระยะเวลานานแสงแดดที่มีความเข้มสูงย่อมมีบางส่วนทะลุผ่านกันแดดสู่ผิวเราได้ ทำให้พบว่าบางครั้งก็ยังพบว่าผิวมีอาการแดง หรือร้อนผิว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าซึ่งไม่มีเสื้อผ้าช่วยปกป้องผิวอีกชั้นหนึ่ง แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าผิวของเราที่แดงขึ้นนั้นไม่ได้เป็นสัญญาณเริ่มต้นของผิวไหม้ (Sunburned Skin)

แน่นอนว่าหลังการออกกำลังกายผิวหน้าของเราจะแดงขึ้น เนื่องจากมีการขยายตัวของเส้นเลือด และมีการสูบฉีดเลือดมากขึ้นเพื่อให้ออกซิเจนในเลือดวิ่งไปที่ผิวเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้ผิวหน้าของเราเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งอาการผิวหน้าแดงนี้จะหายไปภายในระยะเวลาอันสั้นหลังจากเราออกกำลังกายเสร็จ

แต่หากเวลาผ่านเป็นชั่วโมงแล้วยังพบว่าผิวยังคงแดง ร่วมกับมีอาการแสบหรือร้อนผิว นั่นคือหนึ่งในอาการของผิวไหม้แดด หรือ Sunburned Skin ซึ่งอาการผิวไหม้แดดนี้ไม่เพียงทำให้เกิดปัญหาผิวแสบลอก หรือผิวคล้ำเสีย แต่ยังนำไปสู่ผิวแก่ก่อนวัย ซึ่งเป็นผลจากรังสี UVA และ UVB ที่ส่งผลกับผิวในลักษณะที่ต่างกัน

สาเหตุของผิวคล้ำเสีย UVA vs UVB

รังสียูวีเอ (UVA) มีคลื่นความยาวกว่า UVB สามารถทะลุไปถึงผิวหนังในชั้นผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ได้ โดยผลกระทบจากรังสี UVA มักจะไม่ได้แสดงผลในทันที แต่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนัง ซึ่งทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัย สีผิวคล้ำเข้ม ขาดความสดใส

รังสียูวีบี (UVB) คลื่นความยาวสั้นกว่า UVA ทำให้ไม่สามารถทะลุลงสู่ผิวหนังชั้นลึกได้ แต่จะส่งผลต่อผิวอย่างเห็นได้ชัดคือทำให้เกิดผิวแดง อักเสบร้อนและไหม้

ดังนั้นหากออกกำลังกายกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง หรือการปั่นจักรยาน เป็นระยะเวลานานแล้วมีอาการผิวหน้าแดงไม่หาย มีอาการร้อนผิว หรือแสบผิวร่วมด้วยต้องไม่นิ่งนอนใจที่จะดูแลและฟื้นฟูผิวไหม้จากแสงแดด (Sunburned Skin) อย่างถูกวิธี อย่าปล่อยให้การออกกำลังกายนำไปสู่ผิวหมองคล้ำแก่ก่อนวัย แทนผิวอ่อนเยาว์สดใส

เพราะอาการผิวไหม้ (Sunburned Skin) นั้น แสดงให้เห็นว่าผิวได้ถูกทำลายทั้งผิวชั้นนอกและผิวชั้นในนำไปสู่ผิวอ่อนแอขาดความสมดุล เพราะสูญเสียน้ำ สีผิวคล้ำเสีย สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ และผิวแก่ก่อนวัย

การออกกำลังกายกลางแจ้งไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการดำน้ำ ทำให้ผิวของเราต้องเผชิญแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้หลายคนจะทากันแดดอย่างดี แต่เมื่ออยู่กลางแดดเป็นระยะเวลานานแสงแดดที่มีความเข้มสูงย่อมมีบางส่วนทะลุผ่านกันแดดสู่ผิวเราได้ ทำให้พบว่าบางครั้งก็ยังพบว่าผิวมีอาการแดง หรือร้อนผิว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าซึ่งไม่มีเสื้อผ้าช่วยปกป้องผิวอีกชั้นหนึ่ง แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าผิวของเราที่แดงขึ้นนั้นไม่ได้เป็นสัญญาณเริ่มต้นของผิวไหม้ (Sunburned Skin)

แน่นอนว่าหลังการออกกำลังกายผิวหน้าของเราจะแดงขึ้น เนื่องจากมีการขยายตัวของเส้นเลือด และมีการสูบฉีดเลือดมากขึ้นเพื่อให้ออกซิเจนในเลือดวิ่งไปที่ผิวเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้ผิวหน้าของเราเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งอาการผิวหน้าแดงนี้จะหายไปภายในระยะเวลาอันสั้นหลังจากเราออกกำลังกายเสร็จ

แต่หากเวลาผ่านเป็นชั่วโมงแล้วยังพบว่าผิวยังคงแดง ร่วมกับมีอาการแสบหรือร้อนผิว นั่นคือหนึ่งในอาการของผิวไหม้แดด หรือ Sunburned Skin ซึ่งอาการผิวไหม้แดดนี้ไม่เพียงทำให้เกิดปัญหาผิวแสบลอก หรือผิวคล้ำเสีย แต่ยังนำไปสู่ผิวแก่ก่อนวัย ซึ่งเป็นผลจากรังสี UVA และ UVB ที่ส่งผลกับผิวในลักษณะที่ต่างกัน

สาเหตุของผิวคล้ำเสีย UVA vs UVB

รังสียูวีเอ (UVA) มีคลื่นความยาวกว่า UVB สามารถทะลุไปถึงผิวหนังในชั้นผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ได้ โดยผลกระทบจากรังสี UVA มักจะไม่ได้แสดงผลในทันที แต่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนัง ซึ่งทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัย สีผิวคล้ำเข้ม ขาดความสดใส

รังสียูวีบี (UVB) คลื่นความยาวสั้นกว่า UVA ทำให้ไม่สามารถทะลุลงสู่ผิวหนังชั้นลึกได้ แต่จะส่งผลต่อผิวอย่างเห็นได้ชัดคือทำให้เกิดผิวแดง อักเสบร้อนและไหม้

ดังนั้นหากออกกำลังกายกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง หรือการปั่นจักรยาน เป็นระยะเวลานานแล้วมีอาการผิวหน้าแดงไม่หาย มีอาการร้อนผิว หรือแสบผิวร่วมด้วยต้องไม่นิ่งนอนใจที่จะดูแลและฟื้นฟูผิวไหม้จากแสงแดด (Sunburned Skin) อย่างถูกวิธี อย่าปล่อยให้การออกกำลังกายนำไปสู่ผิวหมองคล้ำแก่ก่อนวัย แทนผิวอ่อนเยาว์สดใส

เพราะอาการผิวไหม้ (Sunburned Skin) นั้น แสดงให้เห็นว่าผิวได้ถูกทำลายทั้งผิวชั้นนอกและผิวชั้นในนำไปสู่ผิวอ่อนแอขาดความสมดุล เพราะสูญเสียน้ำ สีผิวคล้ำเสีย สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ และผิวแก่ก่อนวัย